บริการจดทะเบียน

การให้บริการจากเรา ที่คุณเลือกใช้บริการได้ มีดังนี้

การให้บริการจากเราที่คุณเลือกใช้บริการได้ มีดังนี้

ระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียนบริษัท

ใช้ระยะเวลา 3-5 วัน ในการดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

* เอกสารครบถ้วนใช้เวลา 1 วัน ในการจดทะเบียนบริษัท *

ระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียนบริษัท

ใช้ระยะเวลา 3-5 วัน ในการดำเนินการ
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

* เอกสารครบถ้วนใช้เวลา 1 วัน ในการจดทะเบียนบริษัท *

อัตราค่าบริการในการจดทะเบียนอื่นๆ

เลือกใช้บริการจากเรา ดีอย่างไร?

ทุกขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทของคุณ จะมีผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้โดยเฉพาะที่พร้อมจะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ เช่น แบบจองชื่อบริษัท, คำขอจดทะเบียนบริษัท, หนังสือบริคณห์สนธิ แนะนำลำดับขั้นตอน ในการกรอกข้อมูลต่าง ๆ ติดต่อประสานงานหน่วยงานที่รับจดทะเบียน การให้คำแนะนำการจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ สำหรับการจดทะเบียน

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท

1. ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับราชการ (ทุน 1 ล้าน)

2. ค่าบริการในการจัดตั้งบริษัท

หมายเหตุ: ในกรณีที่ทุนจดทะเบียนมากกว่า 1 ล้านบาท จะเสียค่าธรรมเนียมตั้งบริษัทเพิ่ม 5,500 บาท ทุกทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท

หมายเหตุ: ในกรณีที่ทุนจดทะเบียนมากกว่า 1 ล้านบาท
จะเสียค่าธรรมเนียมตั้งบริษัทเพิ่ม 5,500 บาท ทุกทุนจดทะเบียน
ที่เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท

จดทะเบียนบริษัท คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ?

จดทะเบียนบริษัท คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ?

การจดทะเบียนบริษัท คือ การดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจของเรามีความน่าเชื่อถือ จากการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

ด้วยการจดทะเบียนบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้รายชื่อบริษัทของเราปรากฏชื่อในทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

คู่ค้าหรือลูกค้า ผู้ติดต่อประสานงานกับบริษัทจึงสามารถตรวจสอบความมีตัวตนของบริษัทเราผ่านการจดทะเบียนบริษัทได้

ดังนั้นการจดทะเบียนบริษัทจึงสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นการเติบโตให้กับทุกธุรกิจได้

การจดทะเบียนบริษัท คือ การดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจของเรามีความน่าเชื่อถือ จากการดำเนินการตามขั้นตอน ที่กฎหมายกำหนด

ด้วยการจดทะเบียนบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้รายชื่อบริษัทของเราปรากฏชื่อในทะเบียนที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

คู่ค้าหรือลูกค้า ผู้ติดต่อประสานงานกับบริษัทจึงสามารถตรวจสอบความมีตัวตนของบริษัทเราผ่านการจดทะเบียนบริษัทได้

ดังนั้นการจดทะเบียนบริษัทจึงสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ
กระตุ้นการเติบโตให้กับทุกธุรกิจได้

"จดทะเบียนบริษัท" แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

"จดทะเบียนบริษัท" แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. แบบทะเบียนพาณิชย์หรือแบบบุคคลธรรมดา ประเภทนี้จะเป็นกิจการที่ผู้ประกอบการเป็นเจ้าของคนเดียว ทำให้มีอิสระในการตัดสินใจทุกอย่างในกิจการอย่างเต็มที่

    ข้อดี คือ การเสียภาษีจะคำนวณอัตราภาษีหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายออกแล้ว

  1. แบบทะเบียนนิติบุคคลสำหรับกิจการที่มีเจ้าของตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปการกระทำทุกอย่างจะอยู่ในรูปของบริษัททั้งหมด

    ข้อดี คือ จ่ายภาษีเงินได้สูงสุดเพียง 20% ซึ่งจะน้อยกว่าการจดทะเบียนแบบพาณิชย์การค้าแต่อาจเกิดความล่าช้า เพราะมีผู้ตัดสินใจหลายคน

สามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีก คือ

   –  ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญ มีผู้ประกอบการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สามารถทำกิจการร่วมกันได้และแบ่งผลกำไรจากการดำเนินกิจการ
      ตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน

   –  ห้างหุ้นส่วนจำกัด มีผู้ประกอบการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล หากกิจการขาดทุน ไม่ต้องจ่ายภาษี

   –  บริษัทจำกัด มีผู้ประกอบการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล ต้องมีการวางแผนการจัดการที่ดี มีความน่าเชื่อถือ 

  1. แบบทะเบียนพาณิชย์หรือแบบบุคคลธรรมดา ประเภทนี้จะเป็นกิจการที่ผู้ประกอบการเป็นเจ้าของคนเดียว ทำให้มีอิสระในการตัดสินใจทุกอย่างในกิจการอย่างเต็มที่

      ข้อดี คือ การเสียภาษีจะคำนวณอัตราภาษี
      หลังจากที่หักค่าใช้จ่ายออก

  1. แบบทะเบียนนิติบุคคลสำหรับกิจการที่มีเจ้าของตั้งแต่
    2 คนขึ้นไปการกระทำทุกอย่างจะอยู่ในรูปของบริษัททั้งหมด

      ข้อดี คือ จ่ายภาษีเงินได้สูงสุดเพียง 20% ซึ่งจะน้อยกว่า        การจดทะเบียนแบบพาณิชย์การค้าแต่อาจเกิด ความล่าช้า        เพราะมีผู้ตัดสินใจหลายคน

สามารถแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีก คือ

   –  ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญ มีผู้ประกอบการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สามารถทำกิจการร่วมกันได้และแบ่งผลกำไรจากการดำเนินกิจการตามข้อตกลงร่วมกัน

   –  ห้างหุ้นส่วนจำกัด มีผู้ประกอบการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล หากกิจการขาดทุนไม่ต้องจ่ายภาษี

   –  บริษัทจำกัด มีผู้ประกอบการตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล ต้องมีการวางแผนการจัดการที่ดี
มีความน่าเชื่อถือ 

ควร "จดทะเบียนบริษัท" เมื่อใด?

การจดทะเบียนบริษัท ควรดำเนินการเมื่อกิจการเริ่มมีความเจริญเติบโตขึ้น มีการติดต่อประสานงานกับคู่ค้าหรือต้องการขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น และเมื่อรายได้มีมากกว่า 750,000 บาท ซึ่งจะเสียภาษีอยู่ที่ 20% ในขณะที่แบบบุคคลธรรมดาจะเสียภาษีอยู่ที่ 35% ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีของการริเริ่มการจดทะเบียนบริษัท  อีกทั้งหากผู้ประกอบการต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น ต้องการให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักผ่านชื่อบริษัทให้มากขึ้น ก็ควรเริ่มจดทะเบียนบริษัท เนื่องจากในรูปแบบของบริษัทจะมีการแยกบัญชีรายรับรายจ่ายส่วนตัวของผู้ประกอบการออกจากบัญชีของบริษัท  ทำให้เห็นตัวเลขที่แท้จริง และการยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น  เนื่องจากธนาคารสามารถตรวจสอบสถานะเครดิต การเงิน ความน่าเชื่อถือผ่านการจดทะเบียนบริษัทได้

ขั้นตอนการ “จดทะเบียนบริษัท”อยากดำเนินการ ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

ขั้นตอนการ “จดทะเบียนบริษัท”ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  1. ติดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อจองและตรวจทะเบียนคำขอนิติบุคคล
  2. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิหรือหนังสือแสดงความต้องการในการจัดตั้งบริษัท โดยต้องยื่นภายใน 30 วัน

    นับจากวันที่นายทะเบียนรับรองชื่อบริษัทแล้วโดยต้องระบุข้อมูลชัดเจน ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน พร้อมข้อมูลพยานบุคคล 2      คน จำนวนทุน ข้อมูลกรรมการชื่อและเลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีพร้อมค่าตอบแทน ข้อมูลผู้ถือหุ้นแต่ละคน

  1. เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมได้แก่

   – แบบจองชื่อนิติบุคคล

   – สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ก่อตั้งและกรรมการทุกคน

   – สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือหุ้น

   – แผนที่แสดงที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป

เมื่อรวบรวมเอกสารครบถ้วนแล้ว สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่อยู่ในพื้นที่บริษัทของคุณทั้ง 87 แห่ง เมื่อจัดตั้งบริษัทสำเร็จแล้ว จะได้รับมอบหนังสือรับรองบริษัท

  1. ติดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อจองและตรวจทะเบียนคำขอนิติบุคคล
  2. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิหรือหนังสือแสดงความต้องการในการจัดตั้งบริษัท โดยต้องยื่นภายใน 30 วัน

    นับจากวันที่นายทะเบียนรับรองชื่อบริษัทแล้วโดยต้องระบุข้อมูลชัดเจน ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน
พร้อมข้อมูลพยานบุคคล 2 คน จำนวนทุน ข้อมูลกรรมการชื่อและ
เลขทะเบียนของผู้สอบบัญชีพร้อมค่าตอบแทน ข้อมูลผู้ถือหุ้นแต่ละคน

  1. เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมได้แก่
    – แบบจองชื่อนิติบุคคล
    – สำเนาบัตรประจำตัวของผู้ก่อตั้งและกรรมการทุกคน
    – สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือหุ้น
    – แผนที่แสดงที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และบริเวณใกล้เคียง
      โดยสังเขป

เมื่อรวบรวมเอกสารครบถ้วนแล้ว สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่อยู่ในพื้นที่บริษัทของคุณทั้ง 87 แห่ง เมื่อจัดตั้งบริษัทสำเร็จแล้ว จะได้รับมอบหนังสือรับรองบริษัท

ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนบริษัท

   – ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ คิดจากเงินทุนแสนละ 50 บาทขั้นต่ำ 500 บาท แต่ไม่เกิน 25,000 บาท

   – ค่าธรรมเนียม “จดทะเบียนบริษัท” ตามทุนจดทะเบียน แสนละ 500 ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท และไม่เกิน 250,000 บาท

   – ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรอง ฉบับละ 200 บาท

   – ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท

   – คำรับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ 50 บาท

การจดทะเบียนบริษัทจะมีหลากขั้นตอนและอาจจะดูยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ หรือผู้ที่ต้องการจดทะเบียนบริษัทแต่การจดทะเบียนบริษัทมีข้อดีต่อธุรกิจของคุณในหลายด้าน

การเลือกให้เราเป็นผู้ดำเนินการ “จดทะเบียนบริษัท” ให้การจดทะเบียนบริษัทของคุณก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น คล่องตัวกับทุกขั้นตอนการดำเนินการ พร้อมการให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง

   – ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ คิดจากเงินทุน
     แสนละ 50 บาทขั้นต่ำ 500 บาท ไม่เกิน 25,000 บาท

   – ค่าธรรมเนียม “จดทะเบียนบริษัท” ตามทุนจดทะเบียน         แสนละ 500 ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท และไม่เกิน 250,000 บาท

   – ค่าธรรมเนียมออกหนังสือรับรอง ฉบับละ 200 บาท

   – ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท

   – คำรับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ 50 บาท

การจดทะเบียนบริษัทจะมีหลากขั้นตอนและอาจจะดูยุ่งยากสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ หรือผู้ที่ต้องการจดทะเบียนบริษัทแต่การจดทะเบียนบริษัทมีข้อดีต่อธุรกิจของคุณในหลายด้าน

การเลือกให้เราเป็นผู้ดำเนินการ “จดทะเบียนบริษัท” ให้การจดทะเบียนบริษัทของคุณก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น คล่องตัวกับทุกขั้นตอนการดำเนินการ พร้อมการให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง

พร้อมให้บริการ ยินดีให้คำปรึกษา

พร้อมให้บริการ
ยินดีให้คำปรึกษา